กระแสลาภิวัตน์ยุคใหม่ในศตวรรษที่
20
กระแสโลกาภิวัตน์ยุคใหม่เริ่มต้นในช่วงศตวรรษที่
20
โดยมีความพยายามทำลายกำแพงการค้าจนเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศและเกิดสงครามโลกถึงสองครั้ง
ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง
ได้มีการประชุมระหว่างผู้แทนฝ่ายพันธมิตรจาก 44 ประเทศ จำนวน 730 คน
ที่เมืองเบรตตัน วูดส์ (ค.ศ. 1944) ถือเป็นการร่วมวางโครงการสร้างการค้าและการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ
กระแสโลกภิวัตน์ครั้งนี้ได้รับการกระตุ้นจากบรรษัทข้ามชาติซึ่งส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ในช่วงนี้การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น
โดยต้นกำเนิดส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่เจริญแล้วในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเช่นกัน
ที่สำคัญคือการแพร่กระจายวันธรรมตะวันตกมีความเข้มข้นและส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นจากการที่สื่อมวลชนและเครื่องมือโทรคมนาคมรูปแบบต่างๆได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วให้ความสะดวกมากมายและมีราคาถูก
โดยสรุปแล้ว
กระแสโลกาภิวัตน์เริ่มต้นจากการที่สังคมแต่ละสังคมอยู่แยกออกจากกันด้วยเหตุผลทางภูมิศาสตร์
แต่เอกชุมชนขยายตัวขึ้นอันเป็นผลจากการปฏิวัติทางเกษตรกรรมซึ่งก่อให้เกิดอารยธรรม
ความสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยนและครอบงำจึงเกิดขึ้นตามมา เมื่อความต้องการวัตถุดิบและตลาดสินค้าเพิ่มขึ้นในยุคอุตสาหกรรม
บรรดามหาอาจได้แผ่ขยายอำนาจของตนออกไป
ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสังคมต่างๆใกล้ชิดมากขึ้น
สิ่งที่ตามมาคือการแลกเปลี่ยนความรู้ ภาษา ค่านิยม วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
ทั้งที่เป็นการบังคับครอบงำโดยชุมชนที่มีอำนาจเหนือกว่า
หรือโดยเต็มใจเนื่องจากพบว่าวัฒนธรรม รูปแบบการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ
หรือเทคโนโลยีของสังคมอื่น มีผลดีต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในสังคมของตน
ตัวอย่างเช่น
สังคมการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับวัฒนธรรมและรูปแบบการเมืองการปกครองจากสังคมที่พัฒนากว่าจากเอเชียใต้
(อินเดีย) และเอเชียตะวันออกไกล (จีน) ก่อนที่ประเทศยุโรปจะเข้ามามีบทบาท
หรือมหาอำนาจอย่างโปรตุเกสและสเปนได้เผยแผ่วัฒนธรรมทางศาสนา
ภาษาและการปกครองไปยังดินแดนที่ตนถือครองส่วนใหญ่ในละตินอเมริกา ปราณศตวรรษที่
16-17

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น